มิตซูบิชิ แอททราจ ที่สุดความสมบูรณ์แบบ อีโค คาร์ 4 ประตู

มิตซูบิชิ แอททราจ ที่สุดความสมบูรณ์แบบ อีโค คาร์ 4 ประตู

หลังจาก “มิราจ” อีโค คาร์ รุ่นแรกที่มิตซูบิชิ ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมของภาครัฐ เพื่อสร้างรถที่ดีให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของได้ง่ายประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาด มิตซูบิชิ ก็ตัดสินส่งรุ่นที่ 2 ตามมา ด้วยการเปิดตัว “แอททราจ” อีโค คาร์ ในรูปแบบ ซีดาน 4 ประตู เพื่อสนองตอบกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการรถที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ทั้งส่วนตัว สำหรับครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการบรรทุกสัมภาระมากขึ้น หรือต้องการพื้นที่จัดเก็บสัมภาระแยกเป็นสัดส่วนชัดเจนจากห้องโดยสาร 


สปอร์ตผสมความหรูหรา

แม้จะพัฒนาขึ้นเป็นซีดาน 4 ประตู แต่แอททราจก็ยังคงบุคลิกโฉบเฉี่ยว ให้อารมณ์สปอร์ต ผสมกับความหรูหรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบ เช่นเดียวกับมิราจ ด้วยการออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานที่สร้างความโดดเด่นให้กับตลาดอีโค คาร์ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ ฮาโลเจน ชุดไฟตกแต่ง LED บริเวณกันชนหน้า กระจังหน้าตกแต่งโครเมียมรมดำเพิ่มความดุดัน ให้อารมณ์สปอร์ตยิ่งขั้นในรุ่น  GLS-LTD และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว สีเงินรมดำในรุ่น GLS-LTD

ส่วนภายในนอกจากจะออกแบบให้นั่งสบาย รู้สึกผ่อนคลายแล้ว ยังออกแบบให้ดูหรูหราผสมความรู้สึกสปอร์ต ในหลายๆ ส่วน รวมถึงการแตกแต่งด้วยสี Piano Black เบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์สีดำ เดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง เพื่อเพิ่มความโดดเด่นชวนให้ขับขี่มากขึ้นในรุ่น GLS-LTD

พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน ซึ่งเป็นทรงยอดนิยมของรถสปอร์ต ที่ออกแบบให้กระชับมือยิ่งขึ้น ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ดีขึ้นมั่นใจขึ้นในทุกเส้นทาง และในรุ่น GLS-LTD, GLS ยังเพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งด้วย PIANO BLACK & CHROME

มาตรวัดเป็นแบบ Semi-High Contrast นอกจากจะช่วยให้ภายในห้องโดยสารดูโฉบเฉี่ยวแล้ว ยังทำให้ผู้ขับเห็นข้อมูลต่างๆ ได้ชัดเจน เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งาน

และเพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบาย เพลิดเพลินตลอดเส้นทางสำหรับทุกคนในรถ  แอททราจ ได้ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์มาตฐานในรุ่น  GLS-LTD, GLS


เพิ่มความสะดวกสบาย ระบบความบันเทิง

แอททราจ เป็นอีโค คาร์ ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้ความหรูหรา สะดวกสบายในการใช้งาน และเพลิดเพลินจากระบบความบันเทิง ด้วยเครื่องเสียง 2DIN วิทยุ, DVD, MP3 พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว รวมถึงระบบเชื่อมต่อ BLUETOOTH และระบบนำทางในรุ่น GLS-LTD

ส่วนรุ่น GLS, GLX มาพร้อมกับระบบเครื่องเสียง 2DIN หน้าจอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว, วิทยุ, DVD, MP3, ช่องต่ออุปกรณ์ USB และ BLUETOOTH

และเพิ่มความง่ายและปลอดภัย ด้วยสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง รวมถึงการควบคุมการสั่งงานด้วยเสียงและปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย ทำให้ผู้ขับไม่ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัย และละสายตาจากถนน

รุ่น GLS-LTD ยังเพิ่มช่องต่ออุปกรณ์ USB ในช่องเก็บของด้านหน้า สอดรับกับโลกยุคดิจิทัล และโซเชียล มีเดีย

แอททราจ  ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สะดวกสบายในการใช้งานด้วย กุญแจอัจฉริยะ (KOS) ที่สามารถปลดล็อคและล็อคประตูได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ เพียงแต่มีกุญแจอยู่ในรัศมี 70 เซนติเมตร เท่านั้น  รวมถึงการสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ด้วยการกดปุ่ม ไม่ต้องใช้กุญแจเช่นกัน ในรุ่น GLS-LTD, GLS

และยังเสริมความปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมด้วยระบบป้องกันการโจรกรรม ซึ่งการสตาร์ทเครื่องยนต์ยนต์นั้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีการส่งสัญญาณจากกุญแจอัจฉริยะที่ตรงกับระบบเท่านั้น ในรุ่น GLS-LTD, GLS


ออพชั่นหรู เกินอีโค คาร์

ส่วนการออกแบบเพื่อความสะดวกในการใช้รถอื่นๆ เช่น ที่เก็บสัมภาระท้ายรถซึ่งมีความจุถึง 450 ลิตร ช่องเก็บของหลังเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ตะขอสำหรับแขวนของที่เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลหน้า ช่องเก็บของข้างประตูคู่หน้า พร้อมช่องใส่ขวดน้ำ ที่วางแก้วน้ำ 5 ตำแหน่งบริเวณคอนโซลกลาง และที่พักแขนตรงกลางบริเวณเบาะนั่งโดยสารด้านหลัง

ใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ แม้ตำแหน่งก้านปัดจะปิดอยู่ก็ตาม แต่หากฝนตกและรถใช้ความเร็วเกิน 60 กม./ชม. ที่ปัดน้ำฝนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ 1 ให้โดยอัตโนมัติ และจะกลับมาที่ตำแหน่งหยุดเหมือนเดิม เมื่อความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม.

ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้า โดยหลังดับเครื่องยนต์แล้วยังสามารถเปิด-ปิดได้อีกภายใน 30 วินาที ก่อนเปิดประตู

ระบบตัดการทำงานไฟหน้าอัตโนมัติ ที่ไฟจะดับเองเมื่อดับเครื่องยนต์และเปิดประตู และยังมีระบบไฟนำทาง ทำงานง่ายๆ เพียงแต่ดึงก้านไฟเลี้ยวเข้าหาตัวภายใน 60 วินาที หลังจากดับเครื่องยนต์ ไฟหน้าจะทำงานในตำแหน่งไฟต่ำ 30 วินาที ซึ่งเพียงพอต่อการเดินเข้าบ้าน

และเมื่อต้องการเปลี่ยนช่องจราจร ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟเลี้ยวเต็มที่ เพียงแต่ขับก้านไฟเล็กน้อย สัญญาณจะทำงาน 3 ครั้ง

และหากเกิดการเบรกกะทันหัน ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินจะทำงานอัตโนมัติ เพื่อเตือนรถคันหลังให้รู้ตัว


เติมเต็มเทคโนโลยี เพิ่มสมรรถนะ-ความปลอดภัย

มิตซูบิชิ แอททราจ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และสมรรถนะในการขับขี่ ซึ่งจะเห็นได้จากการติดตั้งระบบต่างๆ ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถหลายๆรุ่น เช่น RMS-FORWARD หรือระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อผู้ขับเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วแต่ระบบตรวจพบว่ามีวัตถุอยู่ด้านหน้า ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากความผิดพลาดของผู้ขับขี่ที่อาจจะเผลอเหยียบคันเร่งโดยไม่รู้ตัว

ซึ่งระยะเวลาในการตัดกำลังเครื่องยนต์เพียงพอที่จะทำให้ผู้ขับรู้ตัวและเหยียบเบรกได้ทันก่อนเกิดการชน ซึ่งระบบนี้จะติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น GLS-LTD, GLS

FCM-LS ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง ในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ซึ่งเป็นการขับขี่ที่มีความเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุได้มากจากการขับขี่ในเขตชุมชน หรือการจราจรหนาแน่น ระบบนี้จะตรวจจับรถคันหน้า ทั้งระยะห่างและความเร็ว ก่อนนำมาประมวลผล และหากพบว่ามีความเสี่ยงที่รถจะชน ก็จะเตือนคนขับให้รู้ตัว พร้อมกับสั่งการให้รถชะลอความเร็วโดยอัตโนมัติอีกด้วย ซึ่งระบบนี้จะอยู่ในรุ่น GLS-LTD, GLS

ระบบเบรก ABS ทำให้ควบคุมทิศทางของรถได้เพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวาง เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในแอททราจ เช่น เดียวกับ  Break Assist (BA) หรือระบบเสริมแรงเบรก ที่จะช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกให้มากขึ้น เมื่อตรวจพบว่าผู้ขับเหยียบเบรกกะทันหัน และรุนแรง เพื่อให้รถหยุดได้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) เพราะในแต่ละสถานการณ์การเบรก ล้อทั้ง 4 ล้อ จะต้องการแรงเบรกที่แตกกัน ขึ้นอยู่กับทิศทางของรถ สภาพเส้นทาง พื้นผิว  และสภาพการยึดเกาะ ซึ่งการส่งแรงดันเบรกไปยังแต่ละล้อให้เหมาะสม จะทำให้การเบรกมีประสิทธิภาพดีขึ้น ทั้งระยะทาง และการทรงตัวของรถ

นอกจากนี้แอททราจยังมีระบบ Active Stability Control (ASC) ที่จะควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ เมื่อตรวจพบว่ารถเริ่มมีอาการเสียสมดุล   เสียการทรงตัว เช่น ลื่นไถลออกนอกเส้นทาง เมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ถนนลื่น หรือเมื่อต้องหักหลบกะทันหัน

รวมไปถึง  Traction Control System (TCL) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล ระบบจะช่วยควบคุมการหมุนของล้ออย่างสมดุลในสภาวะถนนลื่นเพื่อไม่ให้รถสูญเสียการยึดเกาะถนน

และหมดปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่ชอบจอดรถค้างบนเนิน บนสะพาน หรือทางขึ้นที่จอดรถ ซึ่งจะต้องพบเจอบ่อยๆ ในชีวิตจริง เพราะแอททราจ เป็นอีโค คาร์ ที่ติดตั้งระบบ Hill Start Assist (HSA) มาให้

ระบบนี้จะช่วยให้เบรกทำงานต่อเนื่องระยะหนึ่ง หลังจากถอนเท้าออกจากแป้นเบรก ซึ่งเป็นเวลาที่เพียงพอให้ผู้ขับย้ายเท้าไปเหยียบคันเร่งได้ทัน แก้ปัญหาลดไหลถอยหลัง หรือ พุ่งไปข้างหน้าแบบกระชาก เพราะเหยียบคันเร่งมากเกินไป

การถอยหลังก็เป็นปัญหาของหลายๆ คนเช่นกัน เนื่องจากด้านท้ายรถเป็นพื้นที่ที่มีจุดบอดมาก ทำให้หลายครั้งประเมินได้ยากว่ามีสิ่งกีดขวางที่มีความสูงไม่มากหรือไม่ เช่น กระถาง แท่งปูน เสา เป็นต้น ดังนั้น แอททราจ GLS-LTD จึงติดตั้งกล้องมองภาพหลังมาช่วยลดปัญหาดังกล่าว

ไม่เพียงแต่การถอยจอดเท่านั้น กรณีที่จอดรถโดยใช้ด้านหน้าเข้า การถอยหลังออกจากซอง โดยมีกล้องมองหลัง ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยได้มากขึ้นอีกด้วย

นั่นคือระบบต่างๆ ที่ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ หรือที่เรียกว่า Passive Safety แต่ขณะเดียวกัน หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แอททราจ ก็ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อลดความรุนแรง ความสูญเสีย ต่อทั้งคน และทรัพย์สิน เช่น ถุงลมนิรภัยคู่หน้า เข็มขัดนิรภัย โดยในรุ่น GLS-LTD , GLS นั้น ด้านผู้ขับเป็นแบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติแบบ 2 ทิศทาง

และแน่นอนที่สุด หัวใจสำคัญคือ การออกแบบโครงสร้างโดยรวมของรถ ซึ่งแอททราจ ถูกพัฒนาขึ้นมา โดยเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถัง RISE BODY (Reinforced Impact Safety Evolution) ที่เป็นโครงสร้างตัวถังนิรภัยเหล็กกล้าที่ใช้เหล็กแรงดึงสูง (HIGH TENSILE STEEL) ช่วยลดการยุบของห้องโดยสาร จากการชนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด


ความแรง มากับความประหยัด

จุดเด่นหนึ่งที่ทำให้แอททราจได้รับการยอมรับสูงก็คือ สมรรถนะของเครื่องยนต์ ที่ช่วยให้รถขับได้สนุก ปลอดภัย จากอัตราเร่งที่มาทันใจกับทุกความต้องการ เช่น เร่งแซง หรือ เปลี่ยนช่องทาง แต่นอกเหนือจากนั้น มิตซูบิชิ ทำให้สิ่งที่ยากจะเกิดขึ้นพร้อมกันได้ให้เป็นความจริง ก็คือ ความประหยัด ซึ่ง แอททราจ มีอัตราสิ้นเปลืองที่โดดเด่นคือ 23.3 กิโลเมตร / ลิตร จากเครื่องยนต์เบนซิน DOHC MIVEC 1.2 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที

ขณะเดียวกันยังได้ชื่อว่าเป็นเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดเพียง 99 กรัม/กิโลเมตร จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่วัดตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนดทางเทคนิค UNECE Reg.101 Rev.2 ในรุ่น GLX CVT และผ่านการรองรับมาตรฐานมลพิษอยู่ในระดับ EURO 5

สิ่งที่ทำให้เครื่องยนต์ MIVEC ตัวนี้ ได้ทั้งสมรรถนะ และความประหยัด และความสะอาด มาจากการเติมเต็มเทคโนโลยีหลายๆ ส่วนด้วยกัน รวมถึง  CAMSHAFT WITH ROLLER ที่ช่วยลดการเสียดทานของเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของการสูญเสียกำลัง สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และสึกหรอ

นอกจากนี้ยังมีวาล์วแปรผันด้านไอดี MIVEC (MITSUBISHI INNOVATIVE VALVE TIMING ELECTRONIC CONTROL SYSTEM) ช่วยให้แรงบิดดีขึ้นในรอบต่ำ ทำให้สามารถเรียกกำลังของเครื่องยนต์มาได้ โดยไม่ต้องใช้คันเร่งมากนัก  


เครื่องยนต์ดี เกียร์ต้องเด่น

แต่การที่เครื่องยนต์จะทำงานได้อย่างเต็มที่ จำเป็นจะต้องมีพันธมิตรที่ดีและรู้ใจกัน นั่นก็คือ เกียร์ ที่จะเข้ามาเป็นตัวถ่ายทอดกำลังของเครื่องยนต์ให้ได้มากที่สุด และลดการสูญเสียกำลังให้น้อยที่สุด

แอททราจ ใช้เครื่องยนต์ INVECS-III CVT ควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสิ่งที่จะเห็นได้ชัดในการขับขี่ก็คือ การเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล

ไม่เพียงเท่านั้นยังทำงานควบคู่กับระบบ INC  ซึ่งระบบนี้จะควบคุมและตัดระบบส่งกำลังไปยังเพลาขับโดยอัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่งในขณะที่เกียร์ยังอยู่ในตำแหน่ง  “D” การตัดระบบส่งกำลังดังกล่าว สิ่งที่จะได้มาก็คือ ลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ เพิ่มความประหยัด และยังมีผลดีต่อเกียร์เองคือ การสึกหรอที่ลดลง ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น      

จุดเด่นอย่างหนึ่งของ INVECS-III ก็คือสามารถวิเคราะห์และจดจำลักษณะการขับขี่ของแต่ละคน ก่อนนำไปประมวลผล เพื่อควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่ เพราะเป็นธรรมดาที่ว่าแต่ละคนนั้นขับรถต่างกัน และต้องการการตอบสนองที่แตกต่างกันออกไป

และหากต้องขับขี่ในเส้นทางที่ลาดชันก็ไม่ต้องกังวลกับระบบเกียร์ CVT ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นเกียร์ที่ไม่มีเฟืองเกียร์ ด้วยระบบ G-SENSOR ที่เข้ามาช่วยเหลือทำให้การเปลี่ยนเกียร์แม่นยำมากขึ้นในเส้นทางดังกล่าว


ตัวรถลู่ลม ช่วงล่างนิ่ง นุ่ม

แอททราจ ถือว่าเป็นรถรุ่นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการออกแบบตัวถังให้มีหลักอากาศพลศาสตร์ หรือ Aerodynamics เพราะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd.) ต่ำเพียง 0.29 เท่านั้น แน่นอนว่าสิ่งที่จะได้มากจากส่วนนี้มีทั้งการลดเสียงลมภายนอก การช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิง และการทรงตัวที่ดี

ยิ่งเมื่อทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม ก็ยิ่งทำให้การควบคุมรถ การทรงตัว การขับขี่ทำได้ดียิ่งขึ้น     

ซึ่งช่วงล่างด้านหน้าอิสระของแอททราจเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ให้ความนุ่มนวล ทรงตัวดี ช่วงล่างด้านหลัง แบบเทอร์ชั่นบีม แข็งแรง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย

ขณะเดียวกันวงเลี้ยวที่แคบคือ 4.8 เมตร ก็ช่วยให้แอททราจเป็นรถที่มีความคล่องตัวสูงไม่ว่าจะอยู่ในสภาพการจราจรแบบใด

ด้วยระดับราคาที่ซื้อหาได้ง่าย ไม่เป็นภาระต่อครัวเรือน แต่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน เทคโนโลยี และการตอบสนองการขับขี่ในทุกรูปแบบ แอททราจ จึงเป็นซีดาน อีโค คาร์ ที่ยังคงครองใจผู้บริโภคอย่างเหนียวแน่นถึงวันนี้


เพิ่มทางเลือกอุปกรณ์แตกแต่งของแท้

แอททราจ ยังเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ที่ต้องการเสริมสร้างบุคลิกที่โดดเด่น สวยงาม โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก มิตซูบิชิ ในราคาที่โดนใจ เช่น ชุดชายกันชนหน้า ราคา 3,700 บาท หากเป็นสีเทาไทเทเนียม ราคา 4,000 บาท

ชุดชายกันชนข้าง  6,000 บาท สติ๊กเกอร์ตกแต่ง RALLIART  1,450 บาท ชุดชายกันชนหลัง  3,700 บาท สีเทาไทเทเนียม 4,000 บาท

สปอยเลอร์หลัง 3,700 บาท สีเทาไทเทเนียม  4,000 บาทคิ้วกันสาดข้าง  1,370 บาท ไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง 2,000 บาท (สำหรับรุ่น GLX CVT และ GLX MT) สติ๊กเกอร์คาร์บอนเสาประตูกลาง ราคา 750 บาท ชุดสัญญาณกะระยะถอยหลัง  2,100 บาท ปลายท่อไอเสียโครเมียม  470 บาท

ส่วนอุปกรณ์ตกแต่งภายใน ก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ตามความชอบเช่นกัน ซึ่งมีให้เลือกทั้งไฟส่องสว่างพื้นรถ สีน้ำเงิน, สีขาว ราคา 2,350 บาท ไฟส่องสว่างคอนโชลกลางสีน้ำเงิน  1,300 บาท ชุดหุ้มเบาะกึ่งหนังแท้  11,600 บาท

เครื่องเสียงในรถยนต์พร้อมแผนที่นำทาง ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น GLS-Ltd แต่สำหรับรุ่น รุ่น GLX CVT และ GLX MT สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ ในราคา  31,000 บาท

นอกจากนี้ยังมี คิ้วโครเมียมเรือนไมล์ให้ติดตั้งเพิ่มในราคา 450 บาท ที่พักแขน  1,600 บาท หัวเกียร์สีเงิน และหนังเกียร์ออโต้  950 บาท

ตาข่ายเก็บของท้ายรถ 550 บาท ถาดใส่ของท้ายรถ 700 บาท ฝาครอบบันไดสแตนเลส 1,000 บาท มีให้เลือกทั้งที่เป็นโลโก้ มิตซูบิชิ และโลโก้ แอททราจ ซองหนังกุญแจอัจฉริยะ 560 บาท

สำหรับราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ/หรือ ค่าทำสี และ/หรือ ค่าติดตั้ง

บทความล่าสุด

มิตซูบิชิ แอททราจ สมาร์ทอีโคคาร์….อีกขั้นของความคุ้มค่า

มิตซูบิชิ แอททราจ สมาร์ทอีโคคาร์….อีกขั้นของความคุ้มค่า

Product แอททราจ ใหม่ | 22 November 2016

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ส่งรถยนต์อีโคคาร์คันแรกเข้าสู่ตลาดโลก ในรุ่น มิราจ ซึ่งเป็นรถยนต์ขนาดกระทัดรัดเหมาะกับการใช้งานในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรแออัด และมีพื้นที่สำหรับจอดจำกัดจำเขี่ย

อ่านเพิ่มเติม
สปอร์ตขั้นสุดกับ แอททราจ ใหม่ รุ่นพิเศษ แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น ชุดแต่งลิขสิทธิ์แท้”แรลลี่อาร์ต” จำนวนจำกัดเพียง 250 คันเท่านั้น

สปอร์ตขั้นสุดกับ แอททราจ ใหม่ รุ่นพิเศษ แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น ชุดแต่งลิขสิทธิ์แท้”แรลลี่อาร์ต” จำนวนจำกัดเพียง 250 คันเท่านั้น

Product แอททราจ ใหม่ | 13 October 2016

แอททราจ ใหม่ รุ่นพิเศษ แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น มาพร้อมกับความเร้าใจอีกระดับด้วยชุดแต่งลิขสิทธิ์แท้”แรลลี่อาร์ต” เริ่มจาก สเกิร์ตสีดำรอบคัน , สติ๊กเกอร์หลังคาสีดำ , สติ๊กเกอร์ตกแต่งพิเศษด้านหน้า พร้อมสติ๊กเกอร์ด้านข้างแรลลี่อาร์ต

อ่านเพิ่มเติม