12 แชมป์ Dakar Rally ที่ไม่มีใครทำลายสถิติได้ของ Mitsubishi Pajero

● Mitsubishi Pajero คว้าแชมป์ Dakar Rally รวม 12 ครั้งระหว่างปี 1985 - 2007

 

● สถิติแชมป์ติดต่อกัน 7 สมัย (2001 - 2007) ยังไม่มีใครทำลายได้จนถึงปัจจุบัน

 

● Dakar Rally เดิมเป็นสนามแข่งผ่านภูมิประเทศทะเลทรายระยะทางประมาณ 8,000 - 10,000 กิโลเมตร

 

● Dakar Rally มีการแข่งแบ่งเป็นหลาย Stage และกินเวลายาวนาน 14 วัน ในอดีตใช้เวลาแข่งนานกว่า 20 วัน

 

● Marathon Stage เป็นจุดเด่นของ Dakar Rally เพราะคนแข่งต้องพึ่งพาตนเองตลอด 2 วัน ใช้ได้เฉพาะอะไหล่และอุปกรณ์ที่พกไปเองเท่านั้น

 

● สนามแข่ง Dakar Rally มีเส้นทางที่เป็นทะเลทรายกว่า 5,000 กิโลเมตร สถิติแชมป์ 12 สมัยของ Mitsubishi Pajero จึงเกิดเป็นสมญา The King of Desert

Dakar Rally คืออะไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร

Dakar Rally ถือกำเนิดโดย Thierry Sabine นักแข่งชาวฝรั่งเศสที่เคยหลงทางและเกือบต้องเสียชีวิตในทะเลทรายลิเบียจากการแข่งขัน Abidjan-Nice Rally เมื่อปี ค.ศ. 1977 ประสบการณ์เฉียดตายดังกล่าว กลับยิ่งเพิ่มความหลงไหลในทะเลทราย ก่อเกิดเป็นแนวคิดตั้งต้นของ Dakar Rally ในปี 1978

 

Paris-Dakar Rally ครั้งแรกในปี 1978 เป็นการแข่งขันที่ครอบคลุม 6 ประเทศเริ่มที่ฝรั่งเศส, แอลจีเรีย, ไนเจอร์, มาลี, สาธารณรัฐอัปเปอร์วอลตา (ปัจจุบันคือ บูร์กินาฟาโซ) และสิ้นสุดที่ดาการ์ เมืองหลวงของเซเนกัล มีรถ 80 คัน มอเตอร์ไซค์ 90 คัน รถบรรทุก 12 คัน ซึ่งจุดประสงค์หลักของการแข่งขันครั้งนั้นคือสร้างโอกาสให้นักแข่งรถหน้าใหม่มีโอกาสเท่าๆ กันในการคว้าแชมป์

 

ชื่อ Paris-Dakar Rally ถูกใช้มาจนถึงปี 2007 ก่อนจะย้ายสนามและเปลี่ยนชื่อเป็น Dakar Rally

รถที่จะลงแข่ง Dakar Rally ต้องผ่านเงื่อนไขอะไรบ้าง?

กติกา Dakar Rally ฉบับล่าสุดปี 2026 มีการแบ่งเป็น 6 Class

 

 Class

 คำอธิบาย

 T1 Ultimate

 รถแข่งทางวิบากสมรรถนะสูง รวมถึงรถต้นแบบ (Prototype) แบบ 4x2 และ 4x4

 T2 Stock

 รถรุ่นผลิตจริงจากโรงงาน อาจมีการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย

 T3 Challenger

 รถต้นแบบน้ำหนักเบาที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งออฟโรด

 T4 SSV

 รถ Side-by-side (สองที่นั่ง) หรือรถช่วงรถสั้นหน้ายาวดัดแปลงจาก UTV รุ่นผลิตจริง และปรับแต่งเพื่อการแข่งออฟโรดวิบาก

 T5.1
 T5.2

 รถบรรทุกแข่งที่อาจเป็นรถต้นแบบหรือรถรุ่นผลิตจริง

 รถบรรทุกที่ให้การสนับสนุนขนส่งอุปกรณ์ต่างๆ

 Classic

 รถวินเทจที่ผลิตก่อนปี 2005 หรือรถรุ่นที่เคยลงแข่งขันในยุคก่อน เช่น Porsche 924, Toyota Land Cruiser, Nissan Pathfinder และ Mitsubishi Pajero

 Mission 1000

 รถพลังงานทางเลือกที่ปล่อยมลพิษเป็นสูงหรือใช้พลังงานทางเลือก

 

นอกจากนี้จะยังมี Class แยกสำหรับรถมอเตอร์ไซค์อีกด้วย

 

กติกาสำหรับรถที่แข่งขัน Dakar Rally ในแต่ละยุค

● ยุคเริ่มแรก (ค.ศ. 1978): ไม่มีข้อจำกัดใดๆ รถที่มีเครื่องยนต์ มีล้อสามารถเข้าร่วมได้ทั้งหมด

 

● ยุค Group B Era (1983-1986): เกิดจากการที่ WRC (Word Rally Championship) ได้แบนรถประเภท Group B ซึ่งเป็นรถแต่งประสิทธิภาพสูง กำลังสูง จนนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงบ่อยครั้ง ทางค่ายรถยนต์จึงนำรถที่ไม่ได้ลงแข่งมาดัดแปลงเพื่อเข้าร่วม Dakar Rally แทน เป็นยุคที่ Mitsubishi เริ่มลงแข่งขัน

 

● ยุคที่มีการจัดตั้ง Class อย่างเป็นทางการ (ปลาย 1980s–2000s): มีกติกาและการบริหารจัดการที่เป็นระบบมากขึ้น จนเกิด class สำหรับรถบรรทุก (camions), รถ ATV (quads), UTV และ SSV ตามมา เป็นยุคที่ Mitsubishi Pajero และ Pajero Evolution ครองความยิ่งใหญ่ 12 สมัยจากปี 1985–2007 ซึ่งปัจจุบันนับเป็น Class T1

Dakar Rally ต่างจากการแข่งแรลลี่รายการอื่นอย่างไร

1. วิธีการนำทางที่แตกต่างจากรายการอื่น Dakar Rally จะไม่มีการสำรวจเส้นทาง ไม่มีการจด Pacenote บอกองศาหรือความเร็วโค้ง ไม่มีระบบนำทางแบบละเอียด มีเพียง GPS และเข็มทิศ ทางผู้จัด Dakar Rally เองจะมอบ Roadbook ให้ผู้แข่งขัน 15 นาทีก่อนเริ่มแข่ง ซึ่งจะบอกเพียงระยะทางที่ต้องขับคร่าวๆ เท่านั้น

 

2. Dakar Really ใช้เวลาแข่งขันยาวนานถึง 2 สัปดาห์ ในขณะที่การแข่งขันรายการอื่น เช่น World Rally Championship (WRC) จะใช้เวลาแข่งขันเพียงไม่กี่วัน สำหรับ Dakar Rally ปี 2026 ก็มีระยะทางครอบคลุม 8,000 กิโลเมตร

 

3. Dakar Rally มีการแบ่งการแข่งขันออกเป็น Stage และมีเพียง 1 วันพัก ในปัจจุบัน (2026) มี 13 Stage (ไม่รวม Prologue) แต่ในอดีตซึ่งไม่มีข้อมูลชัดเจน ว่ากันว่าช่วงปี 1980 มีจำนวนมากถึง 17 Stage แข่งขันในระยะทางเกินกว่า 10,000 กิโล และใช้เวลาแข่งขันมากกว่า 20 วัน

 

4. Marathon Stage 2 วัน คือจุดเด่นเฉพาะตัวของ Dakar Rally เป็นช่วงเวลาที่ผู้แข่งขันไม่สามารถกลับแคมป์เพื่อซ่อมแซมรถได้ จะไม่มีทีมสนับสนุน ผู้แข่งขันต้องพกอาหาร เตนท์ อะไหล่ และอุปกรณ์ต่างๆ ไปเอง และต้องทำการซ่อมแซมเอง รวมถึงห้ามเปลี่ยนยาง

 

5. ความหลากหลายของพาหนะ Dakar Rally มีทั้งรถบรรทุก, มอเตอร์ไซค์, ATV, SSV และ Buggy

 

6. จำนวนผู้ไม่ผ่านการแข่งขันมีเยอะกว่าการแข่งขันรายการอื่น เนื่องจากระยะทาง ความโหดของเส้นทาง และกติกาของการแข่งขันเอง (ไม่มีสำรวจเส้นทาง, ใช้ Roadbook และ Marathon Stage)

 

สิ่งที่ทำให้ Dakar Rally เป็นการแข่งแรลลี่ที่โดดเด่นและโหดร้ายไปในเวลาเดียวกัน คือระยะทางการแข่งขันที่ราวๆ 8,000 กิโลเมตร ช่วงเวลาแข่งขันที่กินเวลา 2 สัปดาห์ และกติกาการแข่งขันโดยรวม และช่วง Marathon Stage

เส้นทางวิ่งของ Dakar Rally เริ่มที่ไหนและจบลงที่ไหน

เส้นทางวิ่งในรายการ Dakar Rally ไม่เคยมีการกำหนดไว้ตายตัว บางปีก็อาจใช้เส้นทางพิเศษที่ไม่ผ่านเมือง Dakar เลย สามารถแบ่งเป็นยุคได้ดังนี้

 

● ยุคคลาสสิค (1983 - 1991): เป็นช่วงที่เส้นทางวิ่งยาวที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน รวมระยะทางกว่า 15,000 กิโลเมตร เริ่มที่ Versailles, Paris ตัดข้ามทะเลทรายซาฮาราผ่านแอลจีเรีย ไนเจอร์ มาลี และมอริเตเนีย ก่อนสิ้นสุดที่ Dakar ประเทศเซเนกัล

 

● เส้นทางพิเศษ 1992: เริ่มต้นที่ Paris และจบที่ Cape Town ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นเส้นทางพิเศษครั้งเดียวจุดประสงค์คือเพื่อดึงดูดผู้เข้าแข่งขันให้มากขึ้น เส้นทางยาว 12,427 กิโลเมตร เริ่มจาก Paris ตัดข้ามทวีปแอฟริกาทั้งทวีป ผ่านลิเบีย ไนเจอร์ ชาด สาธารณรัฐแอฟริกากลาง แคเมอรูน กาบอง สาธารณรัฐคองโก แองโกลา และนามิเบีย โดย ผู้แข่งขันต้องใช้เรือขนส่งข้ามจาก Pointe-Noire (คองโก) ไปยัง Lobito (แองโกลา)

 

● เปลี่ยนจุดสตาร์ท (1995–1999) เส้นชัยยังอยู่ที่ Dakar แต่จุดสตาร์ทเปลี่ยนจาก Paris ไปเป็น Granada ประเทศสเปน และจัดที่นั่นอีกครั้งในปี 1996

 

● เส้นทางพิเศษ 1997: เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ Dakar จัดในทวีปแอฟริกาล้วนๆ โดยจุดสตาร์ทและเส้นชัยอยู่ที่ Dakar โดยเส้นทางจะไปยัง Agadez ในไนเจอร์ แล้ววนกลับไปที่ Dakar ซึ่งเป็นปีที่ Pajero กวาดอันดับ 1–4

 

● ยุคมิลเลนเนียม (2000–2003): เพื่อฉลองสหัสวรรษใหม่ ผู้จัดออกแบบเส้นทางฉลองสหัสวรรษใหม่ โดยวิ่งจาก Paris ไป Dakar แล้วต่อไปที่เชิงพีระมิดกิซา เมือง Cairo ประเทศอียิปต์

 

● ยุคสุดท้ายในแอฟริกา (2004–2007): เส้นชัยกลับมาเป็น Dakar อีกครั้ง ส่วนจุดสตาร์ทเป็น Barcelona ผ่านโมร็อกโก ซาฮาร่าตะวันตก มอริเตเนีย และมาลี ก่อนจบที่ Dakar โดยสั้นกว่าปี 2004 แต่ท้าทายกว่า เป็นช่วงสุดท้ายที่ Pajero ได้ลงแข่ง

 

● ยุคปัจจุบัน: หลังยุคแอฟริกา Dakar Rally ก็ย้ายไปจัดที่อเมริกาใต้ (2009–2019) และตามด้วยซาอุดีอาระเบียจากปี 2020 ถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่ Mitsubishi ไม่ได้ส่งทีมเข้าไปร่วมแข่งแล้ว

Mitsubishi Pajero เริ่มลงแข่งขันปีไหน และพัฒนารถอย่างไร

Mitsubishi Pajero ลงแข่ง Dakar Rally ในปี 1983 หลังจากเริ่มผลิตครั้งแรกในปี 1982 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการทดสอบศักยภาพของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Pajero และมีผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมจากการคว้าลำดับที่ 1 และ 2 ใน Class รถเดิมๆ ไม่ผ่านการ จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในปี 1985 ที่ Pajero สามารถคว้าแชมป์ Dakar Rally ได้โดยนักแข่งชาวฝรั่งเศส Patrick Zaniroli ซึ่งต่อจากนั้นทีม Mitsubishi Pajero ก็คว้าแชมป์ได้อีก 11 สมัย โดยเป็นแชมป์ 7 สมัยติดต่อกันในช่วงปี 2001 - 2007

Timeline ความสำเร็จของ Pajero ใน Dakar Rally

 

● 1983 - ลงแข่งอย่างเป็นทางการครั้งแรก

● 1985 - แชมป์ครั้งแรก

● 1992, 1993 - แชมป์เพิ่มเติม

● 1997 - Pajero ได้อันดับ 1 - 4 ทั้งหมดทุกคันที่เข้าแข่ง

● 1998 - กวาดอันดับ 1 - 4 อีกครั้ง นำโดยนักแข่ง Jean Pierre Fontenay และ Gilles Picard

● 2002 - ครองอันดับ 1 - 9 จากระยะทางรวม 9,257 กม.

● 2001 - 2007 - ทำสถิติคว้าแชมป์ติดต่อกัน 7 สมัย ก่อนถอนทีมเพราะวิกฤตการเงินโลก

 

รวม: 12 แชมป์, ชนะ 150 stage และเจ้าของสถิติ "Most Dakar Rally Wins by A Manufacturer" จาก Guinness World Record

 

เทคโนโลยีบน Mitsubishi Pajero รุ่นที่คว้าชัยใน Dakar Rally

● Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันที่ 1 ที่เข้าร่วม Dakar Rally ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4G54 2.6 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องดัดแปลงพิเศษที่ไม่มีอยู่บนรุ่นผลิตจากโรงงาน

 

● Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันที่ 2 มีการเพิ่มเข้ามาของ Super Select 4WD ที่สามารถปรับระบบการขับเคลื่อนให้เหมาะกับสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างได้ และรองรับการปรับระบบในขณะที่รถยังเคลื่อนที่อยู่

 

● เครื่องยนต์ DOHC V6 6G74 เทคโนโลยี MIVEC ที่ปรับจังหวะและระยะเวลาเปิดวาล์วไอดีในช่วงความเร็วต่ำ-กลาง ได้แรงบิดสูงที่รอบความเร็วต่ำ และได้แรงม้าสูงที่รอบความเร็วสูง

 

● ระบบช่วงล่าง Double Wishbone ที่ล้อคู่หน้า ซึ่งมีจุดเด่นคือปรับจูนได้ง่าย และ Multi-link ที่ล้อคู่หลัง

 

รถ Mitsubishi Pajero Evolution คืออะไร

Mitsubishi Pajero Evolution คือ Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันที่ 2 ที่ได้รับการปรับแต่งเพิ่มขึ้น ทั้งระบบช่วงล่าง ตัวบอดี้ เบาะคนขับ แต่ส่วนอื่นๆ ยังคงพื้นฐานเดิมของตัวรถไว้ และผ่านกติกา Homologation

 

กติกา Homologation เป็นอย่างไร

กติกา Homologation ของ Dakar Rally คือรถที่เข้าแข่งในกติกานี้ต้องเป็นรถที่ผลิตออกมาขายให้คนทั่วไปซื้อได้จริงในจำนวนขั้นต่ำที่กฎกำหนด

แม้ว่า Mitsubishi Pajero จะปรับทิศทางการตลาดของ Pajero จากรถ SUV วิบากให้เป็น SUV พรีเมียม สัมผัสหรู นั่งสบาย เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด แต่สัญชาตญาณและเทคโนโลยีที่สร้าง The King of Desert ขึ้นมาก็ไม่เคยหายไปไหน ยังคงเป็นเสมือนกับหัวใจของตัวรถที่เพียงปรับแต่งภายนอกให้เข้ากับยุคสมัย ไลฟ์สไตล์ และสังคมเมืองมากขึ้น

 

และถึง Pajero จะหยุดทำตลาดไปหลังเจเนอเรชันที่ 4 เมื่อปี ค.ศ. 2022 แต่ DNA ของราชันย์ทะเลทรายก็ยังคงสืบทอดอยู่ในตัวรุ่นน้องอย่าง Mitsubishi Pajero Sport รุ่นล่าสุด กับเทคโนโลยี Super-Select 4WD-II ที่พร้อมบุกฝ่าไปในทุกเส้นทาง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: เทคโนโลยีอะไรที่พาให้ Pajero กลายเป็น King of the Desert?

A: เทคโนโลยีต้องยกให้เทคโนโลยี Super Select 4WD ที่สามารถปรับระบบการขับเคลื่อนในขณะที่รถยังเคลื่อนที่อยู่ เพราะสามารถปรับให้เข้ากับสภาพเส้นทางได้ในทันที นอกจากนี้ยังมีเรื่องของเครื่องยนต์และระบบช่วงล่างอีกด้วย

 

Q2: Mitsubishi Pajero ชนะ Dakar Rally กี่ครั้ง?

A: 12 ครั้ง ดังปีการแข่งขันนี้ 1985, 1992, 1993, 1997, 1998, 2001, 2002, 2003, 2004, 2005, 2006, 2007

 

Q3: Pajero เจเนอเรชันไหนประสบความสำเร็จสูงสุดใน Dakar Rally?

A: Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันที่ 2 ถือว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในแง่จำนวนแชมป์ เนื่องจาก Pajero Evolution ที่ลงแข่งและคว้าแชมป์ติดต่อกันใช้พื้นฐานจาก Pajero เจเนอเรชันที่ ที่ 2 เป็นหลัก

 

Q4: สถิติแชมป์ติดต่อกันของ Pajero ยาวนานกี่ปีสมัย และยังไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้จริงหรือ?

A: 7 สมัยติดต่อกัน 2001-2007 และยังไม่มีใครทำลายได้

 

Q5: ฉายา King of the Desert มีที่มาจากไหน?

A: การแข่งขัน Dakar Rally ที่มีเส้นทางเป็นทะเลทรายกว่า 5,000 กิโลเมตร และ Mitsubishi Pajero ที่คว้าชัยในสนามนี้รวม 12 ครั้ง และได้แชมป์ 7 สมัยติดต่อกัน ส่งผลให้ได้รับฉายา King of Desert ที่ยังไม่มีใครโค่นลงได้

 

Q6: Pajero Evolution ต่างจาก Pajero ธรรมดาอย่างไร?

A: Mitsubishi Pajero Evolution มีการปรับแต่งระบบช่วงล่าง ตัวบอดี้ เบาะคนขับ ให้มีประสิทธิภาพสูงและเหมาะกับการแข่งแรลลี่มากกว่าพื้นฐานเดิมๆ ของ Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันที่ 2

 

Q7: ทำไม Mitsubishi ถึงถอนตัวจาก Dakar Rally หลังปี 2007

A: เกิดเศรษฐกิจตกต่ำทั่วทั้งโลก และทาง Mitsubishi ต้องการลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงออกไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก TheClassicMachines, TopGear, Time-outracing, Audrain Auto Museum, Dirtfish, Mitsubishi Canada, Mitsubishi MotorsHotCars, Dakar Rally Statistics, End of Production