มิตซูบิชิ มิราจ  อีโค คาร์ สมรรถนะสูง 	คุ้มค่า ทุกการใช้งาน

มิตซูบิชิ มิราจ อีโค คาร์ สมรรถนะสูง คุ้มค่า ทุกการใช้งาน

“อีโค คาร์” เป็นโครงการที่รัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นอุตสาหกรรม และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาสเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น และคุ้มค่า ด้วยการสนับสนุนทางด้านภาษีสรรพสามิตในอัตราพิเศษ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายค่ายที่เข้าสู่ตลาดนี้

          มิตซูบิชิ เป็นค่ายหนึ่งที่เห็นความสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคมีรถที่มีคุณภาพไว้ใช้งาน ในราคาที่สมเหตุสมผล จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้เป็นค่ายแรกๆ โดยเปิดตัว “มิตซูบิ มิราจ” เป็นรุ่นแรกก่อนจะตามด้วย “มิตซูบิชิ แอททราจ” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้งานที่หลากหลาย ซึ่งถึงวันนี้ อีโค คาร์ ทั้ง 2 รุ่น เป็นรถที่ครองใจผู้บริโภคอย่างเหนียวแน่น

          แต่มิตซูบิชิ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น ตลอดเวลาในการทำตลาดที่ผ่านมา พยายามปรับปรุง ปรับเปลี่ยน เพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าได้สิ่งที่ดีที่สุดมาโดยตลอด รวมถึงการสร้างรุ่นพิเศษ อย่างเช่น  “แรลลี่อาร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น” ที่เปิดตัวในงาน บิ๊ก มอเตอร์เซลส์ ที่ผ่านมา ในราคา  495,000 บาท สำหรับ มิราจ  และ 575,000 บาท ในรุ่น แอททราจ

          มิราจ เติมสปอร์ต เพิ่มความหรู

          สำหรับ มิราจ และแอททราจ ที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ก็เป็นรถที่มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ความรู้สึกถึงความสปอร์ต ของรถที่มีรูปทรงกระทัดรัด คล่องตัวในใช้งาน

          การออกแบบภายนอก นอกจากรูปทรงที่มาพร้อมกับเส้นสายที่คมชัด ทั้งเส้นสายด้านข้าง และฝากระโปรงหน้า ที่ให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว แม้รถจะจอดอยู่กับที่แล้ว ก็ยังออกแบบส่วนประกอบอื่นๆ ให้กลมกลืน สัมพันธ์กัน

          ไฟหน้าเป็นแบบ   Bi-XENON HID ในรุ่น  GLS-LTD , GLS ให้ทั้งความรู้สึกหรูหรา และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยามค่ำคืน พร้อม ไฟหรี่แบบ Spectrum LED ในรุ่น  GLS-LTD,GLS ที่สวยงาม

          กระจังหน้าออกแบบใหม่แบบ 5 เหลี่ยมขอบโครเมียม พร้อมโลโก้ โดดเด่น ตรงกลาง ขณะที่กันชนหน้าเป็นแบบเจาะช่อง พร้อมเติมเส้นสายและตกแต่งด้วยโครเมียม ลดความเทอะทะ เพิ่มอารมณ์สปอร์ต และเด่นชัดมากขึ้นในรุ่น GLS-LTD,GLS  ด้วยไฟตัดหมอกที่ฝังตัวอย่างกลมกลืนในกันชน

          ไฟท้ายแบบ LED พร้อมแผ่นสะท้อนแสงบริเวณกันชนท้าย ดูโฉบเฉี่ยว และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ จากการที่รถคันหลังสามารถเห็นได้ในระยะไกล

          และในรุ่น GLS-LTD, GLS ยังติดตั้งสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ที่ให้ทั้งความสวยงาม สปอร์ต เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่และความปลอดภัย

          มิตซูบิชิ ยังใส่ใจกับรายละเอียดของล้อ ที่ออกแบบใหม่แบบทูโทนขนาด 15 นิ้ว ในรุ่น GLS-LTD, GLS

          ไม่เพียงแค่คำนึงถึงเรื่องของรูปลักษณ์เท่านั้น แต่การออกแบบ มิราจ ยังมาพร้อมกับความสำเร็จในด้าน แอโรไดมามิค โดยให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd.) ต่ำ เพียง 0.29 ส่งผลให้รถมีความความคล่องตัว ทรงตัวดี และประหยัดน้ำมัน 

          ส่วนการออกแบบภายใน ตกแต่งใหม่ ด้วยสี PIANO BLACK เบาะผ้าสีดำออกแบบใหม่ นั่งสบาย และกระชับลำตัว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถของผู้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น

พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน เพิ่มความกระชับมือ ตกแต่งด้วยโทน PIANO BLACK & CHROME  ในรุ่น GLS-LTD, GLS ขณะที่มาตรวัด เป็นแบบ SEMI-High Contrast (ยกเว้นรุ่น GL) ช่วยให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนมากขึ้น แม้ขับขี่ในช่วงเวลาที่แสงจ้าก็ตาม

          และในรุ่น GLS-LTD ยังเพิ่มระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่ให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบาย

 

        เพิ่มชุดแต่ง สร้างบุคลิกใหม่

          แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสร้างบุคลิกเฉพาะตัวให้กับรถ มิตซูบิชิ ยังเพิ่มทางเลือก ด้วยชุดแต่งแรลลี่อาร์ต ลิขสิทธิ์แท้จากมิตซูบิชิ ทั้งภายนอกและภายใน เช่น แผงครอบกันชนหน้าพร้อมไฟ Daylight แผงครอบกันชนหลัง คิ้วกันสาดข้าง สปอยเลอร์หลังซึ่งมีทั้ง สีดำ , สีน้ำเงิน,สีเทา , สีส้ม , สีไวน์แดง และสีขาวมุก สำหรับรุ่น GLX , GL และยังมี  คิ้วโครเมียมที่ชายฝากระโปรงท้าย กันโคลนสีดำทั้งคู่หน้า คู่หลัง ปลายท่อไอเสียโครเมียม

          ส่วนอุปกรณ์ตกแต่งภายใน เช่น ที่เท้าแขน ฝาครอบบันไดสแตนเลส มาพร้อมกับโลโก้แรลลี่อาร์ต ตาข่ายเก็บของท้ายรถ ถาดใส่ของท้ายรถพร้อมโลโก้มิตซูบิชิ ซึ่งสามารถตรวจสอบราคา ภาษี และค่าบริการต่างๆ ได้กับผู้จำหน่ายทุกแห่ง

          เทคโนโลยี เหนืออีโคคาร์

        นอกเหนือจากการออกแบบ ความหรูหรา สะดวกสบายแล้ว สิ่งที่สร้างความโดเด่นให้กับ อีโค คาร์ ของมิตซูบิชิก็คือ การเติมเต็มเทคโนโลยีที่จะเพิ่มความสะดวก ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการขับขี่  ซึ่งหลายระบบเป็นการติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถในกลุ่มอีโค คาร์ ทั้งระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) และระบบลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ (Passive Safety) เช่น

FCM-LS (FORWARD COLLISION MITIGATION SYSTEM-LOW SPEED RANGE) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วสำหรับการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ เช่น ในเมือง ซึ่งมักจะมีเหตุชนบ่อยครั้ง แม้ไม่รุนแรง แต่ก็ทำให้ความเสียหายและเสียเวลาได้ โดยระบบนี้ จะประเมินระยะห่างจากรถยนต์คันหน้า หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะชนก็จะเตือนผู้ขับขี่ และช่วยชะลอความเร็ว โดยระบบนี้จะติดตั้งอยู่ในรุ่น GLS-LTD, GLS

          RMS-FORWARD (RADAR SENSING MISACCELERATION MITIGATION SYSTEM-FORWARD) หากพบว่าผู้ขับเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วในขณะที่มีวัตถุอยู่ด้านหน้า ระบบจะสั่งการตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ พร้อมส่งสัญญาณเตือน เพื่อลดความเสี่ยงหรือความเสียหายของการชน โดยติดตั้งอยู่ในรุ่น  GLS-LTD, GLS

          มิราจ ติดตั้ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า เข็มขัดนิรภัย โดยด้านคนขับเป็นแบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติแบบ 2 ทิศทาง ในรุ่น GLS-LTD, GLS

          นอกจากนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานอื่นครบครัน ทั้ง ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก หรือ EBD ที่ช่วยส่งแรงเบรกไปยังล้อแต่ละล้ออย่างเหมาะสม ตามสภาวะของการยึดเกาะถนนของแต่ละล้อในช่วงเวลานั้น ทำให้ระยะเบรกสั้นลง

          ระบบเสริมแรงเบรก (BA) จะทำงานด้วยการเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก เมื่อพบว่าผู้ขับเหยียบเบรกกระทันหัน

นอกจากนี้ยังเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ กับระบบ Active Stability Control (ASC) ที่จะควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว เมื่อพบว่ารถจะเสียสมดุล เช่น ลื่นไถลออกนอกเส้นทาง จากการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ถนนลื่น หรือหักหลบกะทันหัน เป็นต้น

          สำหรับผู้ที่มีปัญหาการขับขี่รถบนทางลาดชัน ปัญหานี้จะหมดไป เพราะ  มิตซูบิชิได้ติดตั้งะรบบ Hill Start Assist (HSA) เพื่อช่วยในการออกตัวโดยรถไม่ไหล ด้วยการสั่งให้เบรกทำงานต่ออีกระยะหนึ่งหลังยกเท้าออกจากแป้นเบรก

          เกี่ยวกับความปลอดภัย มิราจยังให้ความสำคัญตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง คือ RISE BODY (Reinforced Impact Safety Evolution) ที่เป็นโครงสร้างตัวถังนิรภัยเหล็กกล้า ใช้เหล็กแรงดึงสูงช่วยลดการยุบของห้องโดยสารจากการชน

          นอกจากนี้ยังมีระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อมีการเบรกกะทันหัน เพื่อแจ้งเตือนรถคันอื่น สัญญาณเสียง เมื่อประตูปิดไม่สนิท และระบบล็อกประตูซ้ำอัตโนมัติหลังจากกดปุ่มปลดล็อค แต่ไม่มีการเปิดประตูภายใน 30 วินาที

          สมรรถนะโดดเด่น แรงทันใจ

          มิราจ มีความโดดเด่นในด้านของการสิ้นเปลืองที่ทำได้ดีกว่าเงื่อนไขอีโคคาร์ โดยทำได้สูงสุดถึง 23.8 กิโลเมตร / ลิตร จากเครื่องยนต์เบนซิน DOHC MIVEC 1.2 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที

          ความประหยัดที่ได้เป็นผลมาจากเทคโนโลยีที่ใส่เข้าไปในเครื่องยนต์รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบวาล์วไอดีแปรผัน ซึ่งนอกจากความประหยัด ยังช่วยให้มีประสิทธิภาพการขับขี่ดีขึ้นด้วย เพราะเครื่องยนต์มีแรงบิดดีขึ้นในรอบต่ำ ทำให้มีอัตราเร่งที่ดี เพิ่มความคล่องตัว และปลอดภัยเมื่อต้องการกำลังเป็นพิเศษ เช่น การเร่งแซง

          ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ทั้งสมรรถนะ  ความประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมการโดยปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 98 กรัม/กิโลเมตร จะได้ผลดีที่สุดก็จะต้องมีระบบส่งกำลังที่ดีและทำงานสัมพันธ์กัน ซึ่งมิราจ เลือกใช้ เกียร์ อัตโนมัติ CVT ที่ควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มความแม่นยำ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ต่อเนื่อง นุ่มนวล ทำงานควบคู่กับระบบ INC ที่ช่วยควบคุมและตัดระบบส่งกำลังไปยังเพลาขับอัตโนมัติในขณะรถหยุดนิ่งและเหยียบเบรกในตำแหน่งเกียร์ “D” ลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมัน  และลดการสึกหรอของระบบเกียร์ และยังมีระบบ G-SENSOR ช่วยควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ให้มีความแม่นยำมากขึ้นในทางลาดชันซึ่งเป็นสภาพเส้นทางที่ต้องการกำลังเครื่องยนต์เป็นพิเศษ

          ที่โดดเด่นยิ่งขึ้นของเกียร์ตัวนี้ ก็คือ  INVECS-III (INTELLIGENT AND INNOVATIVE VEHICLE ELECTRONIC CONTROL SYSTEM III) ซึ่งจะจำลักษณะการขับขี่ ก่อนวิเคราะห์ประมวลผล เพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์สอดคล้องกับการขับขี่ของแต่ละคน

          สมรรถนะเครื่องยนต์ ต้องสัมพันธ์กับช่วงล่างที่ตอบสนองการควบคุมรถ การยึดเกาะถนน ซึ่งมิราจนั้นใช้ช่วงล่างด้านหน้าอิสระ แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง (รุ่น GLS-LTD , GLS ) ส่วนช่วงล่างด้านหลัง แบบทอร์ชั่นบีม ที่เน้นความแข็งแรง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย

          จุดเด่นอีกสิ่งหนึ่งเกี่ยวกับการขับขี่ของมิราจ ก็คือ การมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.4 ม. ในรุ่น GLX,GL และ 4.6 ม. ในรุ่น GLS-LTD,GLS ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน โดยเฉพาะในเขตชุมชน

          อัดแน่นออพชั่นเพิ่มความสะดวกสบาย

          มิราจ ยังอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์มาตรฐานทั้งความบันเทิง ความสะดวกสบาย เช่น ระบบเครื่องเสียง 2DIN หน้าจอสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว, วิทยุ, DVD, MP3, Bluetooth และระบบนำทาง  (เฉพาะรุ่น GLS-LTD) พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมการทำงานของเครื่องเสียง รับสาย-วางสายโทรศัพท์ได้บนพวงมาลัย ทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนนน (เฉพาะรุ่น GLS, GLX)

          นอกจากนี้ในรุ่น GLS-LTD ยังมีช่องต่ออุปกรณ์ USB ซึ่งติดตั้งไว้ในช่องเก็บของบริเวณคอนโซล

          เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน กับระบบกุญแจอัจฉริยะ ทำให้การเปิด-ปิด ประตู หรือสตาร์ท-ดับ เครื่องยนต์ด้วยปุ่ม ไม่ต้องใช้กุญแจ แค่มีพกติดตัวไว้ ช่วยเพิ่มความสะดวกโดยเฉพาะผู้ที่ถือของพะรุงพะรัง ไม่ต้องเสียเวลาควานหากุญแจ โดยระบบนี้จะมีอยู่ในรุ่น  GLS-LTD, GLS

          ภายในห้องโดยสารของ มิราจเพิ่มความสะดวกด้วยเบาะหลังที่พับได้แบบ 60:40  (ยกเว้นรุ่น GL) เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ และยังมีกล่องเก็บของท้ายรถพร้อมฝาปิด พร้อมไฟส่องสว่าง มีช่องเก็บของหลังเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า (ยกเว้นรุ่น GL) ตะขอสำหรับแขวนของ ที่เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า(ยกเว้นรุ่น GL) ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลหน้า ช่องเก็บของใต้คอพวงมาลัย  ที่วางแก้วน้ำบริเวณคอนโซลกลาง 3 ตำแหน่ง ช่องเก็บของข้างประตูคู่หน้า พร้อมช่องใส่ขวดน้ำ

ใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกและปลอดภัย ระบบสัญญาณไฟเลี้ยว เพื่อเปลี่ยนเลนด้วยการขยับก้านควบคุมเล็กน้อย  สัญญาณไฟจะกระพริบ 3 ครั้ง ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้า โดยหลังจากดับเครื่องยนต์ กระจกไฟฟ้าจะยังสามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 30 วินาที ก่อนเปิดประตู ทำให้ไม่ต้องสตาร์ทเครื่องใหม่ กรณีลืมปิดหน้าต่าง และยังมีระบบตัดการทำงานไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์และเปิดประตู แม้จะไม่ได้ปิดสวิทช์ไฟหน้าก็ตาม

          และเมื่อจอดรถดับเครื่องยนต์แล้ว หากดึงก้านไฟเลี้ยวเข้าหาตัวภายใน 60 วินาที ไฟหน้าจะอยู่ในตำแหน่งไฟต่ำและทำงานต่อไปอีก 30 วินาทีก่อนดับ ซึ่งเพียงพอต่อการเดินเข้าบ้านได้อย่างสะดวก ปลอดภัยยิ่งขึ้น

          ทางกลับกัน หากกดปุ่มปลดล็อคจากรีโมท ไฟหรี่และไฟท้ายจะทำงาน 30 วินาที เพิ่มความสะดวกในกรณีที่รถจอดอยู่ในที่มืด

        มิราจ อีโค คาร์ ขนาดกระทัดรัด แต่อัดแน่น ไปด้วยเทคโนโลยี และออพชั่นที่เพียบพร้อม ที่ยากจะหาได้จากรถคันใด

บทความล่าสุด

ใช้เวลากับมิตซูบิชิ มิราจจนไม่อยากจาก “เลย”

ใช้เวลากับมิตซูบิชิ มิราจจนไม่อยากจาก “เลย”

ท่องเที่ยว มิราจ ใหม่ | 23 February 2017

เคยรู้สึกมั้ย? เวลาแห่งความสุข มันมักจะผ่านไปเร็วเสมอ แต่เชื่อเลยว่าเมื่อจบทริปนี้ คุณจะไม่รู้สึกแบบนั้น เพราะสถานที่แห่งนี้ จะช่วยให้คุณได้ทบทวนเวลา และคิดอะไรใหม่ๆ ที่คุณเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันครับ

อ่านเพิ่มเติม
เที่ยวตัวเปล่ากับอีโคคาร์ บอกเลยว่าเงินก็ซื้อสิ่งนี้ไม่ได้

เที่ยวตัวเปล่ากับอีโคคาร์ บอกเลยว่าเงินก็ซื้อสิ่งนี้ไม่ได้

ท่องเที่ยว มิราจ ใหม่ | 07 February 2017

ทริปนี้เที่ยวไม่มีเหงา เพราะคุณจะได้รับสิ่งที่คุณคาดไม่ถึง เพราะว่าผู้หญิงคนหนึ่งกับอีโคคาร์หนึ่งคัน จะสามารถส่งรอยยิ้ม พร้อมเรียนรู้ที่จะให้ทั้งน้ำใจ ทั้งการช่วยเหลือ...ไม่น่าเชื่อบางครั้งการกระทำเล็กๆ ก็สามารถสร้างความสุขให้คนหลายๆ คนได้จริงๆ นะ

อ่านเพิ่มเติม
มิตซูบิชิ มิราจพาพิสูจน์เมืองไทย ทำไมถึงไม่เหมือนใคร

มิตซูบิชิ มิราจพาพิสูจน์เมืองไทย ทำไมถึงไม่เหมือนใคร

ท่องเที่ยว มิราจ ใหม่ | 19 January 2017

ร่วมพิสูจน์ความสวยงามที่แท้จริงของอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ที่เขาว่ากันว่า สวยเหมือนกุ้ยหลินเมืองไทย แต่ทว่าชาวบ้านอำเภอเนินมะปรางกลับไม่รู้จัก สรุปแล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไร มิตซูบิชิ มิราจจะพาคุณไปหาคำตอบกันครับ

อ่านเพิ่มเติม